5 กุมภาพันธ์ 2562 วาเลนไทน์ ฝุ่นจะกลับมาอีก เหตุอากาศปิดหลังวิกฤติจาง

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1488055

นายกฯขอบคุณทุกฝ่ายทำงานจนค่าฝุ่นลดลง ขณะที่บอร์ดสิ่งแวดล้อมยังไม่ปรับลดค่ามาตรฐาน PM 2.5 ตามที่เรียกร้อง โยน กก.ควบคุมมลพิษ พิจารณาให้รอบด้าน พร้อมชง ครม.คุมแหล่งกำเนิดมลพิษรถยนต์ดีเซล-ควันดำ เร่งติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ กทม.ครบ 50 เขต-เมืองใหญ่ หนำซ้ำยังไม่ควรวางใจ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝุ่นพิษอาจกลับมาอีก รับ “วาเลนไทน์” 13-15 ก.พ.นี้ เหตุสภาพอากาศปิด ด้านผู้ว่าการ ททท.วอนหน่วยงานหลักให้ควบคุมการให้ข่าวเรื่องฝุ่น หวั่นมีการนำไปบิดเบือนใช้ข้อมูลเท็จ ส่งผลกระทบการท่องเที่ยวของไทย จากปัญหาวิกฤติฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นใน กทม.และหลายพื้นที่ทั่วประเทศต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ปลัด ทส. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมว่าได้พิจารณาแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในกทม.และปริมณฑล มีมติเห็นชอบให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการระยะเร่งด่วนอย่างเคร่งครัดและเข้มงวดที่สุด เพื่อลดผลกระทบ และแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง PM 2.5 ควบคู่กับสร้างความเข้าใจให้ประชาชนมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องฝุ่น PM 2.5 ให้อยู่บนข้อเท็จจริงและไม่บิดเบือนความจริงในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งบังคับใช้กฎหมายควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษให้ชัดเจน เพราะจากการตรวจสอบพบว่า กทม.และปริมณฑล สาเหตุหลักของฝุ่น PM 2.5 มาจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลปล่อยควันดำออกมา มากกว่าร้อยละ 50 ต้องเพิ่มความเข้มงวดการตั้งจุดตรวจรถยนต์วัดควันดำบริเวณจังหวัดรอยต่อ บนถนนสายหลักและสายรองทุกเส้นทางที่มีรถบรรทุกและรถโดยสารมุ่งหน้าเข้า กทม.เพื่อควบคุมรถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานจากต่างจังหวัดไม่ให้เข้าสู่ กทม.ต่อเนื่องทุกวัน กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และกระทรวงคมนาคม ได้ปรับมาตรฐานตรวจจับควันดำใหม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ต้องไม่เกินร้อยละ 30 จากเดิมกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 45 หากเกินจะถูกเปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท และพ่นห้ามใช้ทันที ปลัด ทส.กล่าวอีกว่านอกจากนี้ให้หน่วยงานท้องถิ่นที่เป็นเมืองใหญ่ติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น โดย กทม.ต้องติดตั้งให้ครบทั้ง 50 เขตภายในปีนี้ พร้อมปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันดีเซล ให้มีค่ากำมะถันต่ำกว่า 10 ppm หรือยูโร 5 จะนำร่องใช้ทั้งหมดก่อนใน กทม.และปริมณฑล ให้รถยนต์ดีเซลเก่าติดตั้งตัวกรองฝุ่นละออง ทั้งหมดนี้จะนำเสนอผลการประชุมต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 5 ก.พ. นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าต้องเฝ้าระวังฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นใน 2 ช่วงเวลาคือวันที่ 7 ก.พ.และระหว่างวันที่ 13-15 ก.พ. เนื่องจากสภาพอากาศจะปิดและลมสงบอีกครั้ง มาตรการแก้ปัญหาระยะกลาง และระยะยาวว่าบอร์ดสิ่งแวดล้อมมีมติให้คณะกรรมการควบคุมมลพิษกลับไปทบทวนการปรับค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ราย 24 ชั่วโมงของประเทศไทยให้สอดคล้องกับที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ คือในระดับที่ 3 อยู่ที่ระดับไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. จากที่ใช้อยู่ปัจจุบันคือ 50 มคก./ลบ.ม. และปรับค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 รายปี ในระดับที่ 3 อยู่ที่ระดับไม่เกิน 15 มคก./ลบ.ม. ต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด ก่อนประกาศใช้ค่าเฉลี่ยเกณฑ์ใหม่ในอนาคต เพื่อไม่ให้ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว โดยระบบคมนาคมขนส่งต้องเสร็จสมบูรณ์ ด้านอาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่าค่าฝุ่น PM 2.5 เทียบกับช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยเฉพาะค่าเฉลี่ยราย 24 ชั่วโมงพบว่าลดลงมากกว่าช่วงปีที่ผ่านมา ถือว่าทิศทางค่าเฉลี่ยของไทยดีขึ้นและมีแนวโน้มเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานรายปีที่ไทยกำหนดไว้ที่ 25 มคก./ลบ.ม.ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมาที่ค่า PM 2.5 สูงขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนในลักษณะคล้ายกับ กทม.ถูกครอบไว้ด้วยฝาชี ส่งผลให้อากาศกดฝุ่นละอองให้ต่ำลงและสะสมตัว แต่เมื่ออากาศเปิดฝุ่นจะกระจายตัวสูงขึ้นจนกลับสู่ค่าปกติ ดังนั้น ต้องควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษทั้งในรถยนต์ดีเซลและการเผาในที่โล่ง และประชาชนต้องใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น ขณะเดียวกันภาคเอกชนต้องปรับระบบการทำงานโดยไม่ต้องเข้ามาในพื้นที่ กทม. เชื่อว่าหากดำเนินการตามมาตรการต่างๆอย่างเคร่งครัดค่าฝุ่น PM 2.5 ค่อยๆลดลงจนสู่เกณฑ์แนะนำของ WHO ที่ค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองรายปี ในระดับที่ 3 อยู่ที่ระดับไม่เกิน 15 มคก./ลบ.ม. จากปัจจุบันใช้ค่าเฉลี่ยในระดับที่ 2 อยู่ที่ระดับไม่เกิน 25 มคก./ลบ.ม. ขณะที่รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าประชาชนต้องตระหนักไม่ใช่ตระหนกและต้องทำความเข้าใจการอ่านค่าดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศ (AQI) ในแอปพลิเคชันต่างๆอย่าง ระมัดระวัง ขอให้ยึดถือแอปพลิเคชันของคพ.เป็นหลัก โดยค่า AQI เป็นค่าฝุ่นละอองภาพรวม 6 สารมลพิษ ไม่ใช่แค่ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่เฉลี่ยราย 24 ชั่วโมงของ PM 2.5 ต้องไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. เมื่อเกิน 90 มคก./ ลบ.ม.จะมีผลกระทบต่อสุขภาพอยู่ในระดับสีแดง แต่ประชาชนกลับเข้าใจผิดว่า ค่า AQI ที่มีตัวเลขสูงเป็นค่าฝุ่น PM 2.5 ทั้งหมด และขณะนี้กรมควบคุมโรคยังไม่พบผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจาก PM 2.5 แบบฉับพลัน แต่กลับพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มากขึ้นในช่วงเวลานี้ ส่วนการแก้ปัญหาฝุ่นละอองด้วยการฉีดพ่นละอองน้ำจากที่สูงนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่การพ่นละอองน้ำในหลายจุด ทำให้ภาพรวมอากาศใน กทม.ตลอดวันอยู่ในเกณฑ์ดี ค่าฝุ่น PM 2.5 ลดลง ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยที่โรงแรมใบหยกสกาย ชั้น 85 เจ้าหน้าที่ทหารจากศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นำเครื่องพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่นในอากาศมาติดตั้งบนดาดฟ้าตึกใบหยก เพื่อทดลองการใช้ลดฝุ่นในอากาศในรัศมี 50 เมตร จากตึกโรงแรมใบหยกสกาย ตามคำสั่งของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฉีดพ่นน้ำจากบนระเบียงชั้น 81 และดาดฟ้าชั้น 85 โรงแรมใบหยกสกาย ขณะที่ในพื้นที่เขตราชเทวี ได้รับความร่วมมือจากตึกสูง 8-9 อาคาร ติดตั้งเครื่องฉีดละอองน้ำ เบื้องต้นกำหนดเวลาฉีดละอองน้ำในชั่วโมงเร่งด่วนเวลา 06.00-09.00 น. และเวลา 15.00-19.00 น. เช่นเดียวกับโรงเรียนการบินกรุงเทพ ได้นำเครื่องบิน cessna 172 ขึ้นบินปล่อยละอองน้ำจำนวน 8 เที่ยวบิน เริ่มตั้งแต่ 08.00-13.00 น. บินโปรยละออง น้ำรอบๆพื้นที่แสมดำ ครอบคลุมพื้นที่ 16 ตร.กม.รวมถึงแนวถนนพระราม 2 โดยเป็นการบินโปรยละอองน้ำ เพื่อลดฝุ่นในอากาศเป็นวันสุดท้าย เนื่องจาก กทม.ประเมินสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯตลอดช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ ส่วนกระทรวงคมนาคม รมว.คมนาคม กล่าวว่าทำความสะอาดแล้วคืนพื้นผิวการจราจรเส้นทางการก่อสร้างเส้นรถไฟฟ้าทุกสายที่ทำให้ผิวการจราจรคับแคบจนเกิดความแออัดของรถยนต์จนปล่อยควันดำที่ก่อฝุ่นละออง PM 2.5 ให้ลดลง ไม่ได้หยุดการก่อสร้างรถไฟฟ้าควบคู่กับการฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกเส้นทางและด่านเก็บเงินบนทางด่วน รวมถึงทำความสะอาดเครื่องจักรกลที่ใช้น้ำมันดีเซลในกระบวนการก่อสร้าง เป็นต้น เช่นเดียวกับที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็มีการเปิดระบบพ่นละอองไอน้ำ บริเวณดาดฟ้าอาคาร สำนักงานใหญ่ กฟผ.อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ช่วยบรรเทาปัญหาการฟุ้งกระจายของฝุ่น PM 2.5 บริเวณพื้นที่ชุมชนโดยรอบได้ส่วนหนึ่ง